นโยบายความเป็นส่วนตัว

ประกาศ

บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ

ที่  6/2565

 

เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy policy)

หลักการและเหตุผล

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งระบบสื่อสารได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การ

เข้าถึงการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สามารถทำได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว อันอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล ประกอบกับได้มีพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562  ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 แล้วนั้น

 

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำคัญในความเป็นส่วนตัว (Privacy Right) ที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ซึ่งบุคคลใดจะถูกแทรกแซงตามอำเภอใจในความเป็นส่วนตัว ครอบครัว ที่อยู่อาศัย หรือการสื่อสาร หรือจะถูกลบหลู่เกียรติยศและชื่อเสียงไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ต่อการแทรกแซงสิทธิหรือการลบหลู่ดังกล่าวนั้น รวมถึงเพื่อสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชนตามที่ประกาศใช้ในระดับสากล ตามหลักการของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) รวมถึงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงได้ประกาศนโยบายเพื่อเป็นหลักในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ดังนี้

 

วัตถุประสงค์

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

2.1.เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งทำธุรกรรม ใช้บริการ มี

ส่วนได้ส่วนเสีย หรือที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ได้แก่แต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลดังต่อไปนี้

  1.       ลูกค้า
  2.       พนักงาน
  3.       ผู้ถือหุ้น
  4.       นักลงทุน เจ้าหนี้ ลูกหนี้
  5.       คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ
  6.       บุคคลที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัท เช่น ที่ปรึกษาด้านวิชาชีพ ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
  7.       บุคคลที่เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท
  8.       บุคคลที่เข้ามาติดต่อหรือใช้บริการสำนักงาน อาคารหรือสถานที่ของบริษัท
  9.       ครอบครัวพนักงาน ผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันวินาศภัยที่บริษัทจัดทำให้
  10.    บุคคลที่ถูกอ้างอิง เช่น บุคคลที่ถูกอ้างอิงในการสมัครงาน การเสนอขายสินค้าและบริการกับบริษัท เป็นต้น

ü  เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ ของหน่วยงาน ผู้บริหาร พนักงาน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

ü  เพื่อกำหนดขั้นตอนหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ü  เพื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

ü  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ขอบเขตการใช้

ให้ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับคณะกรรมการกรรมการผู้บริหารและพนักงานทุกระดับของบริษัท

บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ รวมถึงคู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท โดยใช้บังคับกับทุกกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

 

คำนิยาม

“บริษัท” หมายความว่า บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ

“บริษัทในเครือ” หมายความว่า บริษัทจำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้การควมคุมของบริษัท โดยมีลักษณะ   เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการบริษัทฯ

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Sensitive Data) ในที่นี้หมายถึงเชื้อชาติศาสนาพฤติกรรมทางเพศประวัติอาชญากรรมข้อมูลสุขภาพความพิการข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรืออื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่าบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นต้นว่าลูกค้าคู่ค้าผู้ใช้บริการและพนักงาน

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล“ หมายความว่าบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในที่นี้หมายถึง บริษัทหน่วยงาน พนักงานที่รับผิดชอบในข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

 

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่าบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ในที่นี้หมายถึง คู่ค้า บุคคลหรือบริษัทภายนอกที่บริษัทได้ว่าจ้าง

“บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา

“บุคคลผู้หย่อนความสามารถ”             หมายความว่าบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์เป็นคนไร้ความามารถหรือ เสมือนไร้ความสามารถตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”   หมายความว่า บุคคลซึ่งบริษัทแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ (Data Protection Officer : DPO)       คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

“ผู้ประสานงานข้อมูลส่วนบุคคล”        หมายความว่า บุคคลซึ่งถูกกำหนดหรือได้รับมอบหมายตาม  

(Data Protection Coordinator : DPC)    นโยบายฉบับนี้

 

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

5.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้กระทำภายใต้วัตถุประสงค์และเท่าที่จำเป็นตามกรอบวัตถุประสงค์หรือเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวม ถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1.       วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม
  2.       ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้
  3.       ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  4.       ข้อมูลหรือช่องทางการติดต่อกับบริษัท
  5.       สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  6.       แจ้งผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด หรือเพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญา
  7.       เพื่อประโยชน์สาธารณะ การศึกษาวิจัย การสถิติ หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
  8.       เป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  9.       เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  10.    เป็นการจำเป็นตามหน้าที่ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐ หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายนั้นมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

 

5.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้หย่อนความสามารถ

   การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ใดๆ ซึ่งผู้เยาว์ไม่อาจดำเนินการเองได้โดยลำพังตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ทำการแทนผู้เยาว์ด้วย เว้นแต่กรณีผู้เยาว์อายุไม่เกิน 10 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้การแทนผู้เยาว์เท่านั้น

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือจากผู้พิทักษ์หรือบุคคลผู้ทำการแทนเท่านั้น

 

5.3 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)

   บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมโดยต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

 

5.4 การใช้และ/หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

             การใช้และ/หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนหรือในขณะทำการเก็บรวบรวม หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

 

บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตกลงยินยอมให้เปิดเผยหรือเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตกลงยินยอมให้ไว้กับบริษัทและตามที่บุคคลหรือนิติบุคคลนั้นได้แจ้งไว้กับบริษัทเท่านั้น

1.คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้นั้นต้องถูกต้องเป็นปัจจุบันสมบูรณ์ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและต้องดำเนินการจัดให้มีช่องทางให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถร้องขอหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองได้

 

2.บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ

             บริษัทกำหนดให้พนักงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่กำกับและตรวจสอบให้การดำเนินงานของบริษัทนั้นถูกต้องและเป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

 

7.1 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

                     7.1.1 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และทบทวนมาตรการอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

                     7.1.2 กำหนดขอบเขตการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น

                     7.1.3 จัดให้มีระบบตรวจสอบการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

                     7.1.4 บันทึกรายการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด

                     7.1.5 จัดทำข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นิติบุคคลหรือบุคคลภายนอกอื่นใด หากมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ว่าจ้าง นิติบุคคลหรือบุคคลภายนอกอื่นใด โดยผู้ประมวลผลข้อมูล นิติบุคคล หรือบุคคลภายนอกดังกล่าว ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นไปตามนโยบายฉบับนี้ และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

ประมวลผลข้อมูล นิติบุคคล หรือบุคคลภายนอกดังกล่าว ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรวมรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นไปตามนโยบายฉบับนี้ และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

 

7.2 ผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล

                   7.2.1 ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

                  7.2.2 จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

                  7.2.3 จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้

 

 

 

7.3 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)

               7.3.1 จัดทำและทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

7.3.2 ให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้บริหาร พนักงาน และคู่ค้าของบริษัท

7.3.3 ตรวจตราการดำเนินงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

              7.3.4 กำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ของบริษัท บริษัทย่อย และคู่ค้าของบริษัทให้ดำเนินงานตามนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

              7.3.5 รายงานการปฏิบัติหน่วยงานต่างๆ ของบริษัท บริษัทย่อย และคู่ค้าของบริษัทต่อคณะเจ้าหน้าที่บริหาร

7.3.6 ประสานจัดการเรื่องร้องเรียนหรือการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการติดต่อหรือร้องขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

7.3.7 ประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บริษัทย่อย และคู่ค้าของบริษัท

7.3.8 แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถทำได้

 

7.4 สำนักกฎหมาย กลุ่มธุรกิจฯ

                   7.4.1 ให้คำปรึกษา แนะนำ และให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานให้ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                   7.4.2 ตรวจสอบ/จัดทำเอกสาร สัญญาที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล

 

7.5 หน่วยงาน Risk Management

7.5.1 ค้นหาและระบุความเสี่ยงในกิจกรรมหรือดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ

รวมรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

7.5.2 ประเมินความเสี่ยงโดยการกำหนดระดับความเสี่ยงของแต่ละกิจกรรมหรือการดำเนินงานและระบุความเสี่ยงคงเหลือที่ยอมรับได้

 

                   7.5.3 ติดตามให้แต่ละหน่วยงานดำเนินงานให้อยู่ในความเสี่ยงคงเหลือที่ยอมรับได้

                   7.5.4 ทบทวนระดับความเสี่ยงของกิจกรรมหรือการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานทุกไตรมาส

                   7.5.5 จัดทำรายงานและมีการรายงานความเสี่ยงต่อคณะเจ้าหน้าที่บริหาร

 

7.6 หน่วยงานตรวจสอบภายใน / ผู้ตรวจสอบภายนอก

                   7.6.1 ตรวจสอบการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

                   7.6.2 หน่วยงานตรวจสอบภายในสอบทานเอกสาร กระบวนการ และประเมินประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ตรวจสอบภายนอกเป็นประจำทุกปี   

    7.6.3 จัดให้มีการสอบทานเอกสาร กระบวนการ และประเมินประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบที่เกี่ยวข้องกับส่วนบุคคลโดยผู้ตรวจสอบภายนอกเป็นประจำทุกปี

                  7.6.4 รายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบทันที

 

7.7 บริษัทในเครือ บริษัทย่อย หน่วยงานระดับสำนักหรือเทียบเท่า

            7.7.1 ให้ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทในเครือหรือผู้บริหารสูงสุดของสำนักในระดับสำนักหรือเทียบเท่า มีหน้าที่ สั่งการ ควบคุม กำกับดูแลให้พนักงานภายในสังกัดของตนปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และนโยบายฉบับนี้โดยเคร่งครัด โดยให้มีหน้าที่เป็นผู้ประสานงานข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Coordinator : DPO) รวมถึงแจ้งเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเกิดขึ้นในบริษัทหรือหน่วยงานของตนต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO)

          7.7.2 บริษัทย่อย หน่วยงานระดับสายงาน ระดับสำนักหรือเทียบเท่า สามารถออกข้อกำหนดหรือระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้บังคับภายในหน่วยงานของตนได้ ทั้งนี้ ข้อกำหนดหรือระเบียบปฏิบัติดังกล่าวนั้น ต้องเป็นไปตามนโยบายฉบับนี้ และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และต้องแจ้งให้กับสำนักกฎหมาย กลุ่มธุรกิจฯ ทราบ

 

การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

เพื่อประโยชน์ในการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทได้มีมาตรการ ดังนี้

8.1 กำหนดสิทธิในการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการแสดงหรือยืนยันตัวบุคคล ผู้เข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงกระบวนการทบทวนและประเมินประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าว ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Security Policy) ของบริษัทอย่างเคร่งครัด

8.2 ในการส่ง การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บบนฐานข้อมูลในระบบอื่นใด ซึ่งผู้ให้บริการรับโอนข้อมูลหรือบริการเก็บรักษาข้อมูลอยู่ต่างประเทศ ประเทศปลายทางที่เก็บรักษาข้อมูลต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามนโยบายนี้     

8.3 ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท จนเป็นเหตุให้มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการตามนโยบายการละเมิดและข้อมูลรั่วไหล (Data Breach handling Policy) และตามที่กฎหมายกำหนด หากการละเมิดนั้นมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการแจ้งเหตุการละเมิดพร้อมทั้งแนวทางการเยียวยาให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดชอบในกรณีความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับความยินยอม

จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จงใจหรือประมาทเลินเล่อ หรือเพิกเฉยต่อมาตราการรักษาความปลอดภัย จนเป็นเหตุให้ข้อมลูส่วนบุคคลถูกใช้หรือเปิดเผยต่อบุคคลที่สามหรือบุคคลอื่นใด

 

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน ขอรับสำเนา ขอถอนความยินยอม คัดค้าน การเก็บ การใช้การเปิดเผยขอให้ลบทำลายหรือพักการใช้  ขอแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ร้องเรียน  หรือขอให้โอนข้อมูลส่วน บุคคลของตนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่น เว้นแต่เป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นการปฏิบัติหน้าทีเพื่อ สาธารณะประโยชน์หรือตามกฎหมาย หรือเพื่อการศึกษาวิจัย ทั้งนี้  เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

 

10.การร้องเรียน การแจ้งเบาะแส

กรณีพบเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อว่ามีการละเมิดการเก็บรวบรวม ใช้และ/หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ทีจะร้องเรียนหรือใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ หรือตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทตาม ข้อมูลติดต่อด้านล่างนี้

 

นายประเสริฐอุ่นหทัยธรรมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO Officer)

บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ

เลขที่ 170/60-61 ซ.สะแกงาม8/1 ถ.สะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150

 

Email Address:  prasert@lksfood.com

เบอร์โทรศัพท์ : 02-4516883-5

 

11.การฝึกอบรม

บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมและประเมินผลเกี่ยวกับการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้กับผู้บริหารและ พนักงานทุกระดับ ในการนี้ผู้ประสานงานข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Coordinator: DPC) ต้องเข้าร่วมฝึกอบรม และกำหนดให้พนักงานในสังกัดของตนซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลต้องเข้าร่วมฝึกอบรมอย่างเคร่งครัด

 

บริษัทจะทำการทบทวนนโยบายนี้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือกรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

13.การฝ่าฝืน

บริษัทจะไม่ยอมประนีประนอมในเรื่องการคุ้มครองข้อมลูส่วนบุคคลหากผู้ควบคุมข้อมมูลส่วนบุคคลผู้ประมวลผลข้อมูลหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหน้าที่ของตนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลละเลยหรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่ดำเนินการ  หรือสั่งการ  หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในหน้าที่ของตน จนทำให้เกิดการเก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผิดวัตถุประสงค์ การละเมิดต่อเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล อันเป็นการฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด พนักงานผู้นั้นต้องรับโทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัท และหากการกระทำผิด ดังกล่าวของพนักงานและ/หรือบุคคลใดก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทและ/หรือบุคคลอื่นใด บริษัทอาจพิจารณา ดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

 

นโยบายความเป็นส่วนตัว (เพิ่มเติม)

สำหรับ LAVITA/ LKS  / INNA Line

 

บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจได้รับและมีความจำเป็นในการประมวลผล เพื่อการให้บริการแก่ท่าน มีจุดประสงค์แจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ท่านผู้ใช้บริการ Line และผู้ติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์ 02-4516883-5 และเบอร์สาขาต่างๆ ทราบเกี่ยวกับเงื่อนไข ความจำเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ติดต่อใช้บริการสั่งสินค้าและเครื่องดื่ม และ/หรือสมัครเป็น LAVITA Member (“ลูกค้า”) ซึ่งบริษัทต้องดำเนินการ และแจ้งสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูล เพื่อให้ลูกค้าทราบ

 

ทั้งนี้ เมื่อลูกค้าแอด Line หรือโทรเข้ามาทาง 02-4516883-5 และ เบอร์สาขาต่างๆ และให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อใช้บริการสั่งสินค้าและเครื่องดื่ม การติดต่อเพื่อแจ้งข้อมูลอื่นๆ และ/หรือสมัครสมาชิกเป็น LAVITA Member ทางบริษัทจะถือว่าลูกค้าตกลงและยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แล้ว หากลูกค้าไม่ตกลงให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการให้บริการบางประเภท ที่จำเป็นต้องมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้านั้น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการส่งสินค้าและเครื่องดื่ม การออกใบกำกับภาษี และ/หรือการสมัครรวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของสมาชิก LAVITA Member เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้นโยบายฉบับนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทให้แก่ ลูกค้าในส่วนดังกล่าว

 

ทางบริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้สอดคล้องกับการให้บริการ การดำเนินธุรกิจ สิทธิประโยชน์หรือเงื่อนไขการเป็นสมาชิกของลูกค้า และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการเปลี่ยนแปลงด้วยการประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงใหม่ผ่านทางช่องทางการติดต่อของบริษัท

 

ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทจำเป็นต้องประมวลผล

ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูล มีดังนี้

1. สำหรับการใช้บริการสั่งสินค้าและเครื่องดื่ม:

1.1. ข้อมูลการติดต่อของลูกค้า อาทิ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ (ซึ่งอาจรวมถึงการให้ข้อมูลพิกัดที่อยู่ด้วย Location) เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล

1.2. ในกระบวนการให้บริการนี้ บริษัทจะสร้าง UserID ให้แก่ลูกค้าที่สั่งสินค้าเพื่อประโยชน์ในการให้บริการให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการแต่ละท่านตามคำสั่งซื้อที่ท่านตกลงดำเนินการ

1.3. ข้อมูลการชำระเงิน ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต หรือหลักฐานการโอนชำระค่าสินค้าต่างๆ ทั้งที่อาจได้รับโดยตรงเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของบริษัท หรือที่บริษัทอาจได้รับจากผู้ให้ บริการชำระเงินภายนอก

1.4. ข้อมูลรายละเอียดคำสั่งซื้อที่ท่านได้ดำเนินการ ซึ่งอาจรวมถึง Line User ID ชื่อ Display และรูปภาพใน Line รายการสินค้าที่ท่านสั่งซื้อ ยอดเงินที่ต้องชำระ เวลาที่ดำเนินการจัดส่ง

1.5. ข้อมูลอื่นๆ ที่ท่านอาจส่งต่อเปิดเผยให้แก่บริษัทเพื่อการติดต่อสินค้าและเครื่องดื่ม ได้แก่แต่ไม่จำกัดเพียง ข้อ ความที่มีการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางการติดต่อต่างๆ (ซึ่งอาจมีข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้) และอาจรวมถึงการบันทึกเสียงบทสนทนาการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ 02-4516883-5 และเบอร์สาขาต่างๆ ของท่าน

 

 

2. สำหรับการสมัครและใช้สิทธิประโยชน์การเป็น LAVITA Member:

2.1. ข้อมูลสำหรับการสมัครสมาชิก ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิดของลูกค้า และเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้า และอาจรวมถึงข้อมูลตามบัตรสมาชิกปัจจุบันของลูกค้า

2.2. ข้อมูลสถานะสมาชิกของลูกค้าซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดและแบ่งเป็นระดับ Friends Family และ Corporate

2.3. ข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่บริษัทอาจกำหนดให้แก่ LAVITA Member แต่ละ Tier เพื่อการตรวจสอบและยืนยันคุณสมบัติ เช่น ข้อมูลการใช้สิทธิส่วนลดสมาชิก หรือข้อมูลการใช้สิทธิ พิเศษวันเกิด เป็นต้น

2.4. ข้อมูลการสะสมคะแนน (Points) และการใช้สิทธิในการแลกคะแนนสะสมที่ลูกค้าได้รับจากการใช้บริการด้วย LAVITA Member ทั้งนี้ รายละเอียดการสะสมคะแนนเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการเป็นสมาชิกที่บริษัทอาจกำหนด

2.5. ข้อมูลการสั่งซื้ออาหารและการใช้บริการอื่นๆ ทั้งหมดของสมาชิกซึ่งอาจได้รับจาก (1) การสั่งแบบออนไลน์ และ (2) การสั่งอาหารที่หน้าร้าน LAVITA  และแสดง บัตรสมาชิกเพื่อรับสิทธิประโยชน์ส่วนลด

2.6. ข้อมูลความสนใจในการสั่งอาหารและใช้บริการอื่นๆ ของลูกค้าที่บริษัทอาจประมวลผลได้จากประวัติการใช้บริการของบริษัททั้งหมด

 

3. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ลูกค้าอาจนำส่งให้แก่บริษัท เช่น ข้อมูลการรีวิวหรือการติดต่อสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมที่อาจรวมถึงข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของลูกค้าได้ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ลูกค้าอาจส่งเข้า มาเพื่อการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษหรือการชิงรางวัลที่บริษัทอาจจัดทำขึ้น

จุดประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ลูกค้าให้แก่บริษัทจะได้รับการเก็บ และใช้เพื่อจุดประสงค์ดังต่อไปนี้

 

1. เพื่อยืนยันความถูกต้องและรับประกันการจัดส่งอาหารตามคำสั่งและความพึงพอใจของลูกค้า ข้อมูลทั้งหมดที่ลูกค้าให้แก่บริษัทในการใช้บริการสั่งสินค้าและเครื่องดื่ม delivery จะถูกเก็บ รวบรวม และใช้เพื่อประโยชน์ในการรับประกันการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทในการจัดส่งอาหารตามคำสั่งของลูกค้าตั้งแต่กระบวนการ (i) การรับคำสั่งซื้อ (ii) การพิจารณาเลือกร้านอาหารที่ใกล้เคียงเพื่อดำเนินการรับอาหารที่ร้านหรือจัดส่ง แล้วแต่กรณี (iii) การตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของคำสั่งซื้อและหลักฐานการชำระเงิน (iv) การส่งอาหารให้ถึงที่หมายตามที่ลูกค้าอาจกำหนด และอาจรวมถึง (v) การตรวจสอบประเมินความพึงพอใจของลูกค้าในการใช้บริการ

 

บริษัทมีความจำเป็นต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้านี้ตลอดระยะเวลาที่จำเป็น สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทในการจัดส่งอาหารให้สำเร็จตามคำสั่งของลูกค้า รับประกันความพึงพอใจของลูกค้า และระยะเวลาในการขอใช้สิทธิคืนอาหารหรือเรียกชำระเงินคืน (Refund) ตามเงื่อนไขที่บริษัทอาจกำหนด ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลชื่อ–นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ในการจัดส่งสินค้า หากลูกค้าเลือกที่จะบันทึกรายละเอียดดังกล่าวลง Address Book บริษัทจะเก็บข้อมูลดังกล่าวของลูกค้าไว้ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อประโยชน์การสั่งอาหารครั้งถัดไปของลูกค้า

 

2. เพื่อรับประกันการใช้สิทธิประโยชน์สมาชิกของลูกค้า LAVITA Member ภายใต้เงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์การเป็นสมาชิกที่บริษัทอาจกำหนด ด้วยกระบวนการวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้

2.1. บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลสำหรับการลงทะเบียนของสมาชิก เพื่อการยืนยันตัวตนการเป็นสมาชิกของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันแจ้งการเป็นสมาชิกด้วยชื่อนามสกุล QR Card หรือเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าเพื่อการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบริษัท

2.2. บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลและตรวจสอบข้อมูลสถานะของสมาชิก LAVITA Member Tier เพื่อการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมของสมาชิกตาม Tier โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขที่บริษัทอาจประกาศกำหนด

2.3. บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลทั้งหมดของสมาชิกเพื่อรับประกันการให้สิทธิประโยชน์ของสมาชิกแก่ลูกค้าตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การได้รับสิทธิพิเศษส่วนลด สิทธิประโยชน์วันเกิด สิทธิในการสะสมและแลกคะแนนสะสม (รวมถึงการพิจารณาคำนวณระยะเวลาการครบกำหนดอายุของคะแนนสะสม) การได้รับการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทาง Line หรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่ลูกค้าอาจแจ้งและกำหนดเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมพิเศษ โปรโมชั่นสำหรับสมาชิกให้สมาชิกทราบ (เช่น การได้รับ Coupon ต่างๆ)

2.4. บริษัทจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า LAVITA Member เพื่อการประเมินพฤติกรรมการใช้บริการ ความสนใจในการสั่งอาหารหรือใช้บริการของลูกค้า ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกใช้ในการปรับปรุงการให้บริการแก่ LAVITA Member แต่ละท่านให้ตรงกับความสนใจของลูกค้าท่านนั้น (Personalized and Customized) ซึ่งอาจรวมถึงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหาร หรือโปรโมชั่นที่อาจเหมาะกับความสนใจของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าพิจารณาเลือกซื้อได้ โดยจะเป็นการติดต่อสื่อสารและให้คำแนะนำผ่านช่องทาง Line หรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่ลูกค้าอาจแจ้งและกำหนด

 

3. บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า LAVITA Member ตลอดระยะเวลาการเป็นสมาชิกของลูกค้าแต่ละท่าน จนกว่าลูกค้าจะใช้สิทธิในการขอยกเลิกสมาชิก ตามเงื่อนไขและกระบวนการที่บริษัทอาจกำหนดตามเงื่อนไข

 

4. เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายทางธุรกิจของบริษัทในการปรับปรุงการให้บริการ ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้าและเครื่องดื่มของลูกค้าทั้งหมดของ Delivery และ LAVITA Member อาจได้รับการประมวลผลโดยบริษัท เพื่อประโยชน์ในการสร้างและปรับปรุงความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่บริษัทมีกับลูกค้าด้วยการปรับ ปรุงการให้บริการ การฝึกอบรมพนักงานหรือการบริหารจัดการข้อร้องเรียนต่างๆ การออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจัดทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง Social Media ในลักษณะของ Lookalike ทั้งนี้ บริษัทรับประกันจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังกล่าวเฉพาะเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ โดยจะไม่ดำเนินการใดที่กระทบสิทธิของลูกค้าในฐานะเจ้าของข้อมูลเกินสมควรเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในกรณีเกิดข้อโต้แย้ง บริษัทอาจมีความจำเป็นต้อง เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั้งจากกระบวนการ Delivery และ LAVITA Member เพื่อการ ต่อสู้หรือปกป้องสิทธิของบริษัทในกระบวนการที่อาจเกิดข้อโต้แย้งหรือการเรียกร้องสิทธิใดๆ ระหว่างบริษัทและลูกค้าแต่ละท่าน ซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ต่อเนื่องภายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาความจำเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาของบริษัทต่อลูกค้า ทั้งนี้ การประมวลผลข้อมูลบริษัทในกรณีดังกล่าวจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่จะไม่กระทบสิทธิเจ้าของข้อมูลมากเกินสมควรเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม เช่น หน้าที่ในการจัดทำบัญชีและชำระภาษี เป็นต้น โดยเฉพาะส่วนของข้อมูลการชำระเงินของท่าน รวมถึงเอกสารแสดงตัวตนของลูกค้าที่ใช้สำหรับการจัดทำใบกำกับภาษีตามความประสงค์ของลูกค้า ซึ่งบริษัทต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวไว้ตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้กรณีที่ลูกค้าให้การยินยอมเป็นกรณีเฉพาะ โดยเฉพาะกรณีของลูกค้า Delivery บริษัทอาจพิจารณาใช้ข้อมูลการติดต่อของลูกค้าในการติดต่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ของ LAVITA หรือผลิตภัณฑ์สินค้าอื่นๆ ของบริษัท ที่ลูกค้าอาจสนใจให้แก่ลูกค้า ซึ่งสำหรับกรณีนี้บริษัทจะเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าลูกค้าท่านนั้นจะถอนความยินยอม

 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โดยหลักการแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทได้รับจะได้รับการเก็บเป็นความลับ เว้นแต่ในบางกรณีบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลดังนี้ ซึ่งบริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างมากต่อการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ที่บริษัทมีต่อลูกค้า

 

1. ผู้ให้บริการภายนอกที่ให้บริการแก่ทางบริษัทเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทให้แก่ท่านซึ่งอาจรวมถึงผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและลูกค้า และผู้ให้บริการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทรับประกัน การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น และต้องเป็นการเปิดเผยภายใต้กรอบข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการลงนามระหว่างบริษัทและผู้ให้บริการภายนอกดังกล่าวเพื่อรับประกันความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และซัพพลายเออร์

 

2. หน่วยงานราชการต่างๆ ซึ่งบริษัทอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานราชการให้ ต้องเปิดเผยข้อมูล ซึ่งถือการปฏิบัติตามหน้าที่ที่มีตามกฎหมายที่บริษัทอาจมี ทั้งนี้ ในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด บริษัทจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่ดังกล่าวเท่านั้น

 

คำรับประกันการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลที่เหมาะสม

 

บริษัทรับประกันจัดให้มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของลูกค้าที่บริษัทประมวลผล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเพื่อความเหมาะสมตามมาตรฐานในอุตสาหกรรมและโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

 

บริษัทเคารพสิทธิตามกฎหมายของลูกค้า ในฐานะเจ้าของข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในการควบคุมของบริษัท โดยลูกค้าสามารถขอใช้สิทธิที่ท่านมีภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ตามเงื่อนไขกำหนดสิทธิที่ระบุไว้ในกฎหมาย ได้แก่ (1) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (2) สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัททำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น (3) สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (4) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็น (5) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือ (6) สิทธิถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลเคยให้ไว้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้

 

ทั้งนี้ ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทเพื่อดำเนินการขอใช้สิทธิข้างต้นได้ที่ระบุไว้ด้านล่างนี้ โดยบริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาคำร้องของท่านให้ทราบภายในระยะเวลาที่เหมาะสมตามกรอบกฎหมาย

 

 

 

 

 

ข้อมูลการติดต่อ

 

อีเมล: lavita@lksfood.com เบอร์ติดต่อ 02-4516883-5

 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งาน (เพิ่มเติม)

เงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิก  LAVITA  Member

บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ** (“บริษัท”) เป็นบริษัทผู้ให้บริการแก่ผู้สมัครสมาชิก LAVITA Member และ Line มีจุดประสงค์ในการแจ้งเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิก LAVITA Member และการใช้บริการ Line และ ทางโทรศัพท์สาขาต่างๆฉบับนี้ เพื่อให้ท่านในฐานะสมาชิก (“สมาชิก”) ทราบถึงเงื่อนไขการเป็นสมาชิก ขอบเขตการให้บริการ เงื่อนไข สิทธิและหน้าที่ของบริษัทและสมาชิกที่ดำเนินการร่วมกันเพื่อให้สมาชิกทราบ

 

ทั้งนี้ ระบบสมาชิก LAVITA Member นี้เป็นระบบที่จะใช้ติดต่อสื่อสารได้ผ่าน Line โดยที่สมาชิกสามารถใช้สิทธิประโยชน์ของสมาชิกได้ทั้งที่หน้าร้าน และผ่านการสั่งอาหารด้วย Line

 

ขอบเขตการบังคับใช้ของเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกฉบับนี้

 

เงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับการใช้สิทธิสมาชิก LAVITA Member โดยตรงตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขฉบับนี้เท่านั้น จะไม่มีผลใช้บังคับกับการให้บริการที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการภายนอกซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้ให้บริการภายนอก โดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่บริษัทอาจใช้ในการติดต่อสื่อสารกับสมาชิก เช่น ระบบของ Line Application เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้การดำเนินการดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการให้บริการสมาชิกของบริษัท แต่สมาชิกต้องทำความตกลงศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อตกลงของผู้ดำเนินการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกนั้นต่างหาก

 

การยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกฉบับนี้

 

เมื่อท่านสมัครสมาชิก LAVITA Member กับทางบริษัท บริษัทจะถือว่าสมาชิกยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกที่บริษัทประกาศนี้ทั้งหมด และตราบที่สมาชิกยังคงมีสถานะเป็นสมาชิก LAVITA Member อยู่ บริษัทจะถือว่าสมาชิกยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกฉบับนี้และฉบับแก้ไขทั้งหมดเสมอ หากสมาชิกไม่ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกฉบับนี้หรือฉบับแก้ไขอื่นๆ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะห้ามหรือไม่อนุญาตให้สมาชิกดังกล่าวใช้บริการหรือสิทธิประโยชน์สมาชิกได้

 

เงื่อนไขการเป็นสมาชิก

ในการสมัครสมาชิก ผู้สมัครสมาชิกต้องรับประกันว่าสมาชิกมีคุณสมบัติครบถ้วน มีความสามารถตามกฎหมาย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอายุมากกว่า 18 ปีหรือไม่อยู่ในสถานะผู้ไร้ความสามารถ) ที่จะสมัครเป็นสมาชิก รวมถึงการใช้สิทธิและการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สมาชิกฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิแต่ไม่ถือเป็นหน้าที่ในการตรวจสอบเงื่อนไขและคุณสมบัติของสมาชิกดังกล่าว และหากบริษัทพบว่าสมาชิกท่านใดปราศจากคุณสมบัติในการเป็นสมาชิกของบริษัท บริษัทสงวนสิทธิในการยกเลิกหรือปฏิเสธการให้บริการแก่สมาชิกรายดังกล่าว

 

กรณีของสมาชิกเดิมที่เป็นสมาชิกมาก่อนการสมัครสมาชิกผ่าน Line นั้น สมาชิกดังกล่าวสามารถกรอกข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงบัตรสมาชิกที่เป็นบัตรพลาสติกพกพาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้บริการ LAVITA Member ผ่าน App BEAM ได้ในทันที โดยจะได้รับการรักษาสถานะเป็นสมาชิกในทันทีและสามารถใช้สิทธิในฐานะสมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับการใช้ข้อมูลในการสมัครและการใช้สิทธิของสมาชิก สมาชิกรับทราบว่าบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องรวบรวมใช้และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิก เพื่อประโยชน์ในการให้บริการโดยบริษัทให้แก่สมาชิก ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไว้ใน นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล

 

รายละเอียดสิทธิพิเศษสมาชิก

สิทธิพิเศษของสมาชิก LAVITA Member ใช้ได้เฉพาะที่ร้านและบริการที่บริษัทกำหนดไว้เท่านั้น โดยสิทธิพิเศษของ สมาชิกนั้นอาจแตกต่างกันไปตามประเภทและระดับการเป็นสมาชิก ซึ่งบริษัทจะกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดการใช้สิทธิต่างๆ ของสมาชิกแต่ละรูปแบบ

บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดดังกล่าวได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบตามแต่ละระยะเวลานั้น

 

รายละเอียดสิทธิพิเศษ

ü  การสะสมคะแนน 25 บาทเท่ากับ 1 คะแนนสะสม

ü  การสะสมคะแนนเพิ่ม 5 คะแนนเมื่อนำแก้วมาเอง

ü  การใช้คะแนนสะสมเพื่อแลกสินค้า หรือแลกเป็นคูปองเงินสด(ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)

ü  การใช้คะแนนสะสมแทนเงินสด(ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)

ü  การได้รับข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ สำหรับสิทธิประโยชน์ของสมาชิก ผ่าน Line Notification

 

ทั้งนี้ ในการใช้สิทธิดังกล่าว สมาชิกต้องแจ้งเบอร์โทรศัพท์และปฏิบัติตามเงื่อนไขการแลกแต้มสะสมทุกครั้ง โดยบริษัทอาจสงวนสิทธิให้สิทธิเฉพาะสมาชิกที่ปรากฎชื่อในระบบและบนบัตรสมาชิกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้สมาชิกให้บัตรสมาชิกแก่บุคคลอื่นในการใช้สิทธิแทน อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการตรวจสอบสิทธิแล้ว หากบริษัทบันทึกรายการการใช้สิทธิใดของสมาชิกดังกล่าวไปด้วยข้อมูลที่สมาชิกให้แก่บริษัท บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น หากปรากฏว่ามีรายการธุรกรรมใดได้ถูกดำเนินการด้วยบัตรสมาชิกของสมาชิก สมาชิกต้องรับทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดที่บริษัทบันทึกจะมีผลผูกพันสมาชิก และสมาชิกตกลงรับผิดชอบทุกประการ

 

เงื่อนไขเฉพาะสำหรับการสะสมคะแนนและการใช้สิทธิคะแนนสะสม

 

สำหรับคะแนนที่สะสมระหว่างการใช้สั่งสินค้าและเครื่องดื่มของสมาชิกอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

1. ทุกการสั่งสินค้าและเครื่องดื่มครบ 25 บาท ไม่ว่าจะเป็นการสั่งผ่าน Line ผ่านสาขาต่างๆหรือผ่านหน้าร้านต่อบิล จะได้รับการสะสมคะแนน สมาชิกจะได้รับคะแนนสะสม 1 คะแนน ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิในการปัดเศษที่น้อยกว่า 25 บาทออกไป

2. สำหรับเงื่อนไขในการแลกคะแนนสะสมเป็นคูปองสินค้าหรือคูปองเงินสดต่างๆ บริษัทจะกำหนดแจ้งให้สมาชิกทราบสำหรับการแลกคะแนนสะสมดังกล่าวเป็นรายครั้ง

 

การใช้งาน Line / LAVITA Member

1. สมาชิกจะสามารถใช้บริการและสิทธิสมาชิกได้ต่อเมื่อสมาชิกตกลงผูกพันตนที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงการเป็นสมาชิกที่บริษัทกำหนดขึ้นฉบับนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สิทธิเฉพาะตามแต่ละสิทธิประโยชน์ (ถ้ามี) ทั้งนี้ ให้ถือว่าข้อตกลง ข้อกำหนด และเงื่อนไขดังกล่าวทั้งหมดเป็นสาระสำคัญที่สมาชิกต้องปฏิบัติตาม และหากบริษัทพบว่าสมาชิกรายใดไม่ปฏิบัติตาม บริษัทมีสิทธิระงับการทำรายการหรือสถานะการเป็นสมาชิกของสมาชิกรายดังกล่าวได้ในทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และสมาชิกไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ

2. กรณีการทำธุรกรรมต่างๆ โดยสมาชิกผ่าน LAVITA Member / Line บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธคำขอยกเลิกการทำรายการที่สมาชิกดำเนินการและระบบได้บันทึกสำเร็จแล้ว โดยเฉพาะคำสั่งซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งดำเนินการตามกระบวนการที่บริษัทได้กำหนด และการทำรายการดังกล่าวนั้นถือว่ามีผลผูกพันสมาชิกแล้ว

3. สมาชิกตกลงและยืนยันว่าสมาชิกจะใช้แพลตฟอร์มและ/หรือบริการของบริษัทเพียงเพื่อจุดประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น โดยต้องปฏิบัติตามข้อห้ามการใช้บริการตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้

 

ทั้งนี้ หากบริษัทตรวจสอบพบกรณีที่สมาชิกดำเนินการผิดข้อกำหนดข้อห้ามที่ระบุไว้ บริษัทมีสิทธิที่จะปฏิเสธการทำรายการที่ไม่สอดคล้องดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์ม รวมถึงอาจระงับหรือยกเลิกความเป็นสมาชิกของสมาชิกดังกล่าวได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ต่อสมาชิก และไม่ต้องแจ้งให้สมาชิกที่เกี่ยวข้องทราบ นอกจากนี้ หากการดำเนินการละเมิดข้อห้ามของสมาชิกก่อให้เกิดความเสียหาย หรือความรับผิดใดต่อบริษัท สมาชิกดัง กล่าวต้องรับผิดชอบ และรับผิดชดเชยให้แก่บริษัทอย่างเต็มรูปแบบสำหรับทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทนั้น

 

ข้อห้ามการใช้บริการ มีดังนี้

○ห้ามดำเนินการใดที่ผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีหมิ่นประมาท หยาบคาย อนาจาร เลือกปฏิบัติ และ/หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ใช้ถ้อยคำยั่วยุ รุนแรง มีเจตนาแฝงอย่างอื่น นอกจากการใช้บริการ หรือดำเนินการในลักษณะที่เป็นการสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว

○ห้ามดำเนินการปลอมแปลงหรือลอกเลียนหรือการกระทำการใดๆที่เป็นการแสดงแก่บุคคลภายนอกว่า สมาชิกดังกล่าวเป็นสมาชิกอื่นที่ไม่ใช่ตนเอง ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใด

○ห้ามดำเนินการที่เป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิอื่นใดของผู้อื่นโดยเฉพาะสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทโดยห้ามถอดดีคอมไพล์ทำวิศวกรรมย้อนกลับ หรือพยายามที่จะเข้าถึงซอร์สโค้ดของแพลตฟอร์ม และ/หรือคัดลอกส่วนใดๆ ของแพลตฟอร์ม และ/หรือนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ ให้เช่า ทำสัญญา เช่า ให้ยืม ขาย เผยแพร่ ให้อำนาจ ให้สิทธิช่วง แจกจ่าย มอบให้ หรือโอนเนื้อหาใดๆ ในแพลตฟอร์มให้แก่ บุคคลที่สาม

○ห้ามใส่ไวรัสคอมพิวเตอร์ ชุดคำสั่ง หรือโค้ดคอมพิวเตอร์ใดๆ ไฟล์ หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่ออกแบบ ไว้เพื่อทำลายหรือทำให้การทำงานของแพลตฟอร์ม หรือของสมาชิกอื่นได้รับผลกระทบ

○ห้ามพิมพ์ดาวน์โหลดทำซ้ำส่งคัดลอกผลิตซ้ำจัดส่งต่อตีพิมพ์อีกหรือใช้ข้อมูลใดที่อาจทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานอื่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของข้อ มูลดังกล่าวก่อน

○ห้ามดำเนินการอื่นใดที่อาจเป็นผลกระทบสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของสมาชิกอื่น

 

การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

1. เนื้อหาทั้งหมดที่ปรากฎบน Line / LAVITA Member รวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะสารสนเทศ ข้อความ กราฟิก ภาพ การจัดวาง (layout) การออกแบบงาน (designs) รูปภาพ ตราสัญลักษณ์ และสาระอื่นที่ปรากฎใน Line / LAVITA Member ทั้งหมด เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ซึ่งบริษัทสงวนสิทธิ์ทั้งปวงในการบังคับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนทั้งหมด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเป็นการใช้สิทธิบังคับต่อการละเมิดสิทธิหรือเงื่อนไขการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา โดยสมาชิก

 

2. สำหรับทุกทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท สมาชิกรับประกันและรับรองว่าจะต้องไม่ทำการและจะไม่จัดหาให้มีการที่บุคคลที่สามทำการคัดลอก นำไปผลิตซ้ำ ส่งต่อ ตีพิมพ์ แพร่กระจาย แจกจ่าย แจกจ่ายต่อ นำออกประกาศ เผยแพร่ เก็บ (ในรูปแบบวิธีการใด) แสดง ปรับเปลี่ยน ขายหรือโอน หรือร่วมในการขายหรือการโอน หรือการเสนอขาย สร้างผลงาน ต่อยอด หรือแสวงหา ประโยชน์ ในวิถีทางใดๆ จากเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม ของบริษัทไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

 

3. กรณีที่สมาชิกเป็นผู้นำเสนอเนื้อหาหรือข้อมูลใดๆ เข้ามานำเสนอผ่านแพลตฟอร์ม สมาชิกดังกล่าวมีหน้าที่โดยตรงในการรับประกันความถูกต้องของเนื้อหา และรับประกันสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเหนือทรัพย์สินทางปัญญาที่ตนอาจมีเหนือเนื้อหาที่มีการนำเสนอโดยสมาชิกดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทมีสิทธิ แต่ไม่ใช่ภาระหน้าที่ ในการตรวจสอบความถูกต้องและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของสมาชิกได้ตลอดเวลา ทั้งนี้หากเกิดปัญหาการ ละเมิดสิทธิไม่ว่าในลักษณะใด โดยสมาชิกรายใด บริษัทสามารถใช้สิทธิในการถอดหรือลบเนื้อหาที่มีการละเมิดสิทธิดังกล่าว หรือระงับการใช้งานของสมาชิกดังกล่าวได้ในทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และโดยที่สมาชิกนั้นไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องใดๆจากบริษัทได้

 

ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท

 

1. ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้อนุญาต สมาชิกทั้งหมดตกลงและยอมรับว่า บริษัท บริษัทในเครือ เจ้าหน้าที่ กรรมการ พนักงาน หรือตัวแทน ไม่มีความรับผิดในความเสียหายใด ทั้งในกรณีใด ลักษณะใดก็ตามที่ไม่ใช่ความเสียหายทางตรงอันเกิดจากการกระทำผิดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยบริษัทหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และโดยเฉพาะไม่รับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม หรือเกี่ยวเนื่องไม่ว่าลักษณะใด

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทจำกัดความรับผิดในส่วนของการให้บริการ Line / LAVITA Member และการให้สิทธิประโยชน์แก่สมาชิก โดยสมาชิกทั้งหมดต้องรับทราบ และยอมรับว่า การให้บริการนั้นเป็นการให้บริการ “ตามที่เป็น” และ ”ตามที่มี” (As Is Basis) เท่านั้น ดังนั้น เท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับพึงอนุญาตสูงสุด บริษัทขอปฏิเสธไม่ให้การรับรองและ การรับประกัน รวมถึงจะไม่รับผิดทั้งหมดอันเกี่ยวกับ Line / LAVITA Member และบริการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อต่อไปนี้ (1) บริษัทไม่รับประกันว่า Line / LAVITA Member และ/หรือสิทธิประโยชน์ที่จะให้จากการเป็นสมาชิกของสมาชิกดักล่าวจะสามารถให้บริการที่ตรงตามความต้องการ และความคาดหวังของสมาชิกในทุกประการ หรือจะมีคุณสมบัติและการทำงานที่เหมาะสมสำหรับตอบสนองวัตถุประสงค์เป้าหมาย การใช้เฉพาะของแต่ละสมาชิกได้ทั้งหมด และ (2) บริษัทไม่รับประกันว่า การให้บริการของ Line / LAVITA Member จะสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำตลอดเวลา โดยปราศจากการสะดุด ความล่าช้า หรือปราศจากช่วงเวลาที่เซิร์ฟเวอร์ล่มหรือความผิดปกติเทคนิคทั้งหมด รวมถึงบริษัทไม่รับประกันว่าการใช้บริการดังกล่าวจะมีความปลอดภัยปราศจากไวรัสหรือส่วนประกอบอื่นที่ก่อให้เกิดอันตรายทั้งหมดและตลอดเวลา

 

2. สมาชิกตกลงและยอมรับว่าบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบในความผิดพลาด ความบกพร่อง หรือเหตุขัดข้องในการ ใช้บริการอันเนื่องมาจากการที่สมาชิกใช้แพลตฟอร์มเพื่อการทำรายการไม่เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท

 

ข้อกำหนดอื่นๆ

 

1. สมาชิกยืนยันว่าจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (email) ตามที่สมาชิกได้ระบุไว้ในแพลตฟอร์มเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (email) ที่สามารถเข้าถึงสมาชิกได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ สมาชิกรับทราบว่าการติดต่อใดๆ จดหมาย และประกาศต่างๆ จากบริษัทไปส่งยังสมาชิกตามที่อยู่ที่สมาชิกได้ระบุไว้ถือว่าเป็นการแจ้งให้แก่สมาชิกทราบด้วยวิธีที่ถูกต้อง และให้ถือว่าสมาชิกได้รับการติดต่อดังกล่าวตั้งแต่วันที่ส่งการติดต่อดังกล่าวทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ (email) ดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ เมื่อสมาชิกเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องที่ระบุไว้เดิมในขณะสมัครใช้แพลตฟอร์ม จะต้องแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษรตามช่องทางที่บริษัทกำหนด

 

2. ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้จะถูกบังคับใช้และตีความตามกฎหมายของประเทศไทย กรณีมีข้อพิพาทใดๆ เกี่ยวเนื่องเกิดขึ้น ข้อพิพาทดังกล่าวอาจระงับโดยศาลประเทศไทย

 

3. สมาชิกตกลงให้บริษัทมีสิทธิเพียงฝ่ายเดียวในการเพิ่มหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าใช้บริการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม ได้ตามแต่จะเห็นสมควร โดยสมาชิกตกลงผูกพันปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ และ/หรือค่าธรรมเนียม ค่าใช้บริการ และค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทุกประการ โดยบริษัทไม่จำเป็นต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อมีการประกาศผ่านแพลตฟอร์ม

 

4. ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้แต่ละข้อมีผลบังคับแยกจากกัน ในกรณีที่บทบัญญัติข้อใดหรือ บางส่วนไม่ชอบหรือจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ บทบัญญัติอื่นที่เหลือหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ จะยังคงมีผลสมบูรณ์และสามารถบังคับใช้ได้

 

ทั้งนี้บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

 

ติดต่อบริษัท

 

บริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือ

เลขที่ 170/60-61 ซ.สะแกงาม8/1 ถ.สะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ 10150

 

อีเมล: lavita@lksfood.com

เบอร์โทรศัพท์ : 02-4516883-5

 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นายประเสริฐอุ่นหทัยธรรมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO Officer)

Email Address:  prasert@lksfood.com

เบอร์โทรศัพท์ : 02-4516883-5

 

ท่านสามารถขอยกเลิกความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับบริษัท แอล.เค.เอส. ฟู้ด เมคเกอร์ จำกัดและร้านค้าในเครือโดยติดต่อที่ lavita@lksfood.com

Visitors: 16,397